![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| "หมากล้อม" ศาสตร์ใหม่แ้ก้ปัญหาเด็กสมาธิสั้น ในยุคของการบริโภคนิยมในปัจจุบัน เด็กสมัยใหม่ล้วนถูกแวดล้อมไปด้วยสิ่งเย้ายวนใจ และน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ หนังสือการ์ตูน อินเทอร์เน็ต เกมคอมพิวเตอร์ หรือของเล่นต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย ข้อมูลข่าวสารที่มากมายเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กมีสมาธิสั้น ความพยายามในการค้นหาแนวทางแก้ปัญหา จึงเกิดขึ้น ซึ่งคำตอบหนึ่งที่ช่วยให้เด็กมีสมาธิมากขึ้นอย่างชัดเจนก็คือ "หมากล้อม" ศาสตร์ใหม่ในการแก้ปัญหา ที่เพิ่งมีการค้นพบไม่นาน |
![]() |
| •ความสนใจเปลี่ยนเมื่อเจอสิ่งเร้าใจ นางพัชรนันท์ เนาวรัตน์พงศ์ จากโรงเรียน แฮปปี้ จีเนียส สาขาฟิฟตี้ฟิฟ พลาซ่า ซ.ทองหล่อ 2 กล่าวว่า ปัจจัย สำคัญที่ทำให้เด็กมีสมาธิสั้นก็คือ ข้อมูลข่าวสารที่มากมายเกินกว่าที่เด็กจะรับได้ในวันเดียว ดังนั้นสิ่งที่ผู้ปกครอง ทุกคนจะต้องเผชิญหน้าก็คือ เด็กจะให้ความสนใจต่อสิ่งต่าง ๆ เพียงชั่วครู่ หากว่ามีสิ่งใดที่น่าสนใจกว่าหรือสนุก กว่าก็พร้อมที่จะให้ความสนใจต่อส่งใหม่ทันที โดยไม่เยเสกับสิ่งที่กำลังสนใจก่อนหน้านี้ นอกจากนี้หาการเรียนรู้ของเด็กในด้านวิชาการถูกมองเป็นเรื่องที่น่าเบื่อและไม่สนุก ผู้ปกครองก็จะพบว่าความ ใส่ใจในการเรียนของเด็กจะน้อยลงทันที เช่น เด็ก ๆ หลายคนเคยชอบเรียนคณิตศาสตร์ แต่พอเจอเกมคอมพิวเตอร์ เข้ามาแทนที่ คณิตศาสตร์ก็กลายเป็นยาขมทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี้เลขเป็นเรื่องสนุกสนานของเด็กซึ่งเด็กจะรู้สึกดีใจ ที่ได้บวกลขเลขและได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง การสนใจสิ่งที่รู้สึกว่าสนุกกว่าจนทำให้ละเลยการเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ รอบ ตัว จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับเด็ก และที่สำคัญภาวะเช่นนี้จะทำให้เด็กขาดความรับผิดชอบ ไม่รู้จักแบ่งเวลา ไม่มีความอดทนและไม่รู้จักอดเปรี้ยวไว้กินหวาน •วางหมากแต่ละครั้งคือการตัดสินใจ "การจูงใจเด็กให้หันมาสนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอย่างรู้สึก มีระบบระเบียบและวินัยจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ในฐานะที่ เป็นคุณแม่ลูกสองแล้วจึงพยายามหาทางออกของปัญหาดังกล่าวด้วยตนเอง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยรู้จากเพื่อนว่าการเรียน หมากล้อมหรือ "โกะ" จะช่วยแก้ปัญหาสมาธิสั้นในเด็กได้ จึงตัดสินใจให้ลูกสาวเรียนหมากล้อม และไม่นานก็พบว่า จากที่ลูกเคยเป็นเด็กไฮเปอร์ สมาธิสั้นมาก การเรียนอยู่ในระดับรั้งท้ายของห้อง แต่พอเรียนหมากล้อมได้เพียง 1-2 เดือน สังเกตได้ว่าลูกมีพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ในเบื้องต้นก็คือมีสมาธิมากขึ้น ผลการเรียนดีขึ้น รู้จักการ จัดลำดับความสำคัญต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ในตอนแรกตัวเองก็ไม่เชื่อว่าลูกมีสมาธิดีขึ้นได้จากการเรียนหมากล้อม จนเริ่มเข้าไปศึกษาถึงประโยชน์ของการเรียน และเล่นหมากล้อม ทำให้ได้คำตอบว่าหมากล้อมมีส่วนช่วยแก้ปัญหาจริง ๆ เพราะหมากล้อมเป็นหมากที่ต้องเล่นกัน 2 ฝ่าย แต่ละฝ่ายต่างเดินหมากครั้งละ 1 เม็ด แต่ละเม็ดที่วางลงไปล้วนมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อม มีผลในทันทีหรือส่งผลใน ภายหลัง หมากที่วางแต่ละเม็ดต้องมีการวางแผน มีการตัดสินใจ และการตัดสินใจที่พลาดเพียงนิดเดียวก็สามารถแปรเปลี่ยน จากชนะเป็นแพ้ได้ทันที และในทางกลับกันหมากเพียงเม็ดเดียวก็พลิกจากเสียเปรียบเป็นได้เปรียบทันทีได้เช่นกัน" |
||
![]() |
| •เรียนหมากล้อมปรับใช้ในชีวิตจริง จากปัจจัยของการเล่นหมากล้อมนี้เองที่ทำให้การเล่นหมากล้อมสอนให้เด็กรู้จักการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็น 1 ในความจริงทั้ง 3 ในศาสนาพุทธ (ไตรลักษณ์) คือ เด็กจะได้เรียนรู้ความไม่แน่นอน การรู้จักแพ้รู้จักชนะ ทำให้เด็กเป็นคนใจกว้าง ไม่มุ่งเอา แต่ชนะอย่างเดียวเหมือนบางเกมการแข่งขัน โดยเฉพาะเกมคอมพิวเตอร์ ในขณะเดียวกันก็สอนให้เด็กรู้จักความพ่ายแพ้ และหันมาปรับปรุงตนเอง เพราะเกมหมากล้อมนั้น การแพ้ในบางครั้งไม่ได้มาจากฝ่ายตรงข้ามเล่นได้เหนือกว่า แต่หากเป็น ตัวเราเองที่ผิดพลาด การเล่นหมากจึงเป็นการขัดเกลาจากภายในของเด็กเองให้รู้จักแก้ไขตนเอง รู้จักวางแผน รู้จักความ อดทนในการรอคอยโอกาส และเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลาเหมือนชีวิตจริง เหล่านี้ล้วนเป็นบทเรียน สำคัญที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน แต่เด็กจะค่อย ๆ ซึมซับอย่างไม่รู้ตัวทีละนิด ขณะที่การเล่นกีฬาหรือการเรียนรู้อย่างอื่นอาจจะส่งผลในด้านรูปธรรมอย่างชัดเจน เช่น การเรียนว่ายน้ำทำให้เด็กว่ายน้ำเป็น หรือเรียนเลขก็จะสามารถบวกลบเลขได้ถูกต้องรวดเร็ว แต่สำหรับหมากล้อมจะหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายนอกไม่ได้ เพราะการเล่นหมากล้อมเสมือนการหล่อหลอม ขัดเกลาและเรียนรู้ตนเอง ทำให้เด็กรู้จักและเข้าใจตนเอง รู้จักประเมินตนเอง มากขึ้น "และจากจุดที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจากการเล่นหมากล้อมของลูก จึงเปิดโรงเรียนสอนหมากล้อมขึ้นเพื่อช่วยแก้ ปัญหาเด็กสมาธิสั้น เพราะนอกจากหมากล้อมจะช่วยแก้ปัญหาสมาธิสั้นในเด็กแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทักษะการวางแผน การจัด ลำดับความสำคัญต่าง ๆ ในชีวิตให้กับเด็กได้ด้วย และไม่เฉพาะแต่เด็กที่มาเรียนเท่านั้น ทุกวันนี้ยังมีพ่อลูกหลายคู่ที่จับคู่กันมา เรียน ทำให้การเรียนหมากล้อมเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย" |
|
![]() |
เรื่องของหมากล้อม •หมากล้อมถือเป็น 1 ใน 4 ศิลปะของจีนที่สืบทอดมายาวนาน ได้แก่ การดีดพิณ การเขียนพู่กัน การวาดภาพ และการเดิน หมากล้อม •หมากล้อมได้รับความนิยมมากทั้งในญี่ปุ่นและเกาหลี จนถึงขนาดที่ว่าประชากรเกาหลี 45 ล้านคน เล่นหมากล้อมมากถึง 15 ล้านคน เรียกว่า 1 ใน 3 ของชนชาติเกาหลีจะเล่นหมากล้อมเป็น •ในเกาหลีมีการเปิดสอนหมากล้อมในระดับปริญญา ผู้ที่จบออกมาจะมีเงินเดือนมากกว่าอาชีพอื่น 2-3 เท่า โดยบัณฑิต เหล่านี้จะมีหน้าที่คอยเล่นหมากล้อมกับผู้บริหารระดับสูง เพื่อเป็นการลับคมและฝึกปรือฝีมือของผู้บริหารองค์กรนั้น ๆ •ในญี่ปุ่นหมากล้อมได้รับความนิยมมากในสมัยโบราณ แต่ระยะหลังหมากล้อมได้รับความนิยมน้อยลงจนทางสมาคม หมากล้อมของญี่ปุ่นต้องร่วมมือกับสมาคมการ์ตูนของญี่ปุ่นผลิตการ์ตูนเกี่ยวกับหมากล้อมเพื่อกระตุ้นความสนใจของเด็ก หลายต่อหลายเรื่อง จนสุดท้ายการ์ตูนเรื่อง "ฮิคารุ เซียนโกะ" กลายเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และทำให้ เด็กญี่ปุ่นหันมาเรียนหมากล้อมกันมากขึ้น •ในไต้หวันหมากล้อมได้รับความนิยมจากเด็ก ๆ จนถึงขนาดมีการจัดการแข่งขันระดับเยาวชนถึง 100 กว่าทัวร์นาเมนต์ใน 1 ปี |
|||
ข่าวโดย : บางกอกทูเดย์ วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม
2548 |
||||
Copyright ©
2006 Happy Genius Group All Rights Reserved
ติดต่อ สาขาลาดพร้าว26 โทร.0-2938-9891, hot line 08-9770-8338 |