สืบสานวัฒนธรรมหมากล้อม
   ปัจจุบันหมากล้อมได้แพร่หลายอย่างรวดเร็วไปทั่วภูมิภาคเอเชีย มีโรงเรียนจำนวนไม่น้อยได้บรรจุหมากล้อมเข้าไปในระบบการศึกษา ยกตัวอย่างเช่นในประเทศเกาหลี

   หมากล้อมถือเป็นวิชาที่ต้องเรียนตามหลักสูตรปกติวิชาหนึ่ง และยังมีมหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยคัดเลือกนักหมากล้อมที่มีฝีมือเข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษ เหมือนกับแผนการศึกษาในฮ่องกงของเรา... หมากล้อมถือเป็นศิลปะประจำชาติจีน สำหรับพวกเรา "คนฮ่องกง" ในฐานะที่เป็นคนจีนนั้น ถือว่าเริ่มต้นรู้จักหมากล้อมช้าไปสักหน่อย โชคดีที่ไม่กี่ปีมานี้ เรามีนักหมากล้อมมืออาชีพจากประเทศจีนมาที่ฮ่องกงทำให้หมากล้อมของเราเกิดการพัฒนามากขึ้น นอกจากนี้ ในโลกของกาศึกษา โรงเรียนจำนวนไม่น้อยเล็งเห็นถึงคุณค่าและประโยชน์ของหมากล้อมในการพัฒนาความคิดของนักเรียนอย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีการผลักดันให้หมากล้อมอยู่ในหลักสูตรการศึกษาอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง เหมือนกับหลักสูตรการศึกษาในญี่ปุ่นและเกาหลี

...จริงๆแล้ว หมากล้อมมีบทบาทอย่างไรในด้านการเรียนการสอน

   วันนี้เราจะได้พูดคุยกับบุคล 3 ท่านด้วยกัน ท่านแรกเป็นอดีตนักหมากล้อมมืออาชีพ 9 ดั้ง "เหลียงเว่ยฉาง" จะพูดเกี่ยวกับพัฒนาการของนักหมากล้อมมืออาชีพในระดับโลก อีก 2 ท่านได้แก่ ผู้อำนวนการโรงเรียน Hong Kong Children's GO Academy(HKCGA) "เซียวซื่อเจี๋ย" และอาจารย์โรงเรียนประถมวังจือเต้า "หลีจิ่งคัง" พูดถึงประโยชน์และผลลัพธ์จากการเล่นหมากล้อม

   การเรียนหมากล้อมถือเป็นการสืบสานศิลปะวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง หากได้มีการปลูกฝังให้กับเด็กๆตั้งแต่เล็ก เสมือนเป็นการจุดประกายวัฒนธรรมให้สืบต่อไปเป็นเปลวไฟที่โชติช่วงชัชวาลย์

   ในห้องเรียนโรงเรียนประถมวังจือเต้า เด็กนักเรียน 50 คน ต่างสายตาจับจ้องอยู่บนกระดานและเม็ดหมากขาว-ดำอย่างสนุกสนาน พวกเรานักข่าวเห็นแล้วก็ทราบได้ถึงกระแสความร้อนแรงของวัฒนธรรมนี้

   อาจารย์หลีจิ่งคังกล่าวว่า ตอนแรคิดว่าจะทำโรงเรียนธรรมดาๆ แต่คิดไปคิดมาเห็นว่าน่าจะมีห้องเรียนหมากล้อมอยู่ด้วย หากเราได้เรียนหมากล้อมตั้งแต่เล็กๆ แม้โตขึ้นอาจจะลืมรายละเอียดปลีกย่อยของหมากล้อม แต่หมากล้อมนั้นเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจของผู้เล่น สมควรและคุ้มค่าที่จะเผยแพร่ให้กว้างขวางต่อนักเรียนและผู้ปกครอง

   คุณหลี่คิดว่าหมากล้อมมีส่วนช่วยเหลืออย่างชัดเจนในการพัฒนาความคิดทั้งร่างกายและจิตใจ "หมากล้อมนอกจากจะทำให้นักเรียนมีพัฒนาการทางสมองแล้ว ยังช่วยก่อให้เกิดสมาธิ มีอุปนิสัยใจคอที่ดี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ยังมีสิ่งที่พวกเขาจะได้รับโดยไม่รู้ตัวคือนิสัยที่ชอบคิดแก้ไขปัญหา"

   ในเมื่อหมากล้อมมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ จะทำให้หมากล้อมฮ่องกงมีพัฒนาการมากขึ้น ในปี 2003 นี้ โรงเรียนมากมายมีการจัดห้องเรียนหมากล้อมขึ้น นอกจากนี้นักเรียนยังได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนฮิคารุ และมีการพูดต่อแบบปากต่อปาก จาก 1 ไป 10 จาก 10 ไป 100 ทำให้การเรียนการสอนหมากล้อมนั้นคึกคักมากขึ้น แต่น่าเสียดายว่าผู้ปกครองส่วนหนึ่งไม่รู้ว่าหมากล้อมคืออะไร และปฏิเสธไม่ให้เด็กๆเรียนหมากล้อม คุณหลี่จึงได้จัดให้มีห้องเรียนหมากล้อมสำหรับผู้ปกครอง หลังจากที่ผู้ปกครองเริ่มรู้จักหมากล้อมแล้ว ก็จะมีนักเรียนมาเรียนศิลปะหมากล้อกันมากขึ้น ในปีนี้มีคนมาร่วมคอร์ส SUMMER กันมากกว่า 50 คน คุณหลี่จึงคิดจัดการแข่งขันระดับประถมครั้งที่ 1 ขึ้นเพื่อผลักดันให้หมากล้อมมีการพัฒนาต่อไป

   "ไม่กี่ปีมานี้ พวกเราได้รวบรวมชมรมหมากล้อมจากที่ต่างๆ เพื่อค้นหาเด็กๆที่มีพรสวรรค์มาที่โรงเรียนของเราเพื่อพัฒนาต่อไป โดยหวังว่าเขาจะเป็นบุคคลที่ทำให้วงการหมากล้อมของเราเจิดจรัส ในความเป็นจริง หมากล้อมต้องมีการฝึกฝนอยู่เสมอ ถ้ามีนักเรียนหมากล้อมมากกว่านี้ เด็กๆก็จะมีคู่แข่งมากขึ้น โอกาสลับฝีมือก็มากขึ้น สมาชิกตัวน้อยๆของพวกเรายิ่งมาก็จะยิ่งรู้จักยืนหยัดด้วยตัวเอง ในที่สุดจะมีฝีมือแก่กล้า" อาจารย์หลี่พูดอย่างมีความสุข

   ลุกขึ้นก้าวให้ทันนานาประเทศ

   ทุกวันนี้หมากล้อมแพร่หลายอย่างรวดเร็วไปทั่วเอเชีย โดยมีญี่ปุ่นเปรียบเสมือนเป็นพี่ใหญ่ในโลกแห่งหมากล้อม รายการโทรทัศน์ดังๆจำนวนไม่น้อยให้การสนับสนุนการแข่งขันหมากล้อมระดับประเทศ ทำให้กระแสหมากล้อมได้รับความนิยมอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็สามารถดึงดูดผู้สนับสนุนรายการมากมาย นอกจากนี้ประเทศเกาหลี ยังมีช่องโทรทัศน์ Baduk TV ที่ถ่ายทอดรายการหมากล้อมตลอด 24 ชั่วโมง แล้วยังมีโรงเรียนจำนวนไม่น้อยที่จัดให้มีหมากล้อมในหลักสูตรการเรียน อีกทั้งยังจัดหาอาจารย์มาสอนหมากล้อมในโรงเรียนมหาวิทยาลัยในเกาหลีจำนวนไม่น้อยรับนักศึกษาที่มีฝีมือหมากล้อมโดยพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ แล้วในฮ่องกงล่ะทำอย่างไร?

   การผลักดันการศึกษาหมากล้อมในฮ่องกงนั้น ความจริงมีอุปสรรคอยู่บ้าง ผู้อำนวยการโรงเรียน HKCGA พูดและถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อเปรียบเทียบกับที่อื่นๆในภูมิภาคเอเชีย ฮ่องกงดูเหมือนจะเริ่มต้นหมากล้อมช้ากว่าที่อื่นๆ เมื่อลองเปรียบเทียบกับประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ที่หมากล้อมเจริญแล้วนั้น ฮ่องกงยังขาดอะไร

   "สิ่งแรก ฮ่องกงขาดสถานที่สำหรับเรียนหมากล้อม ทำอย่างไรเราจะหาโรงเรียนหมากล้อมได้ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ พวกเราก็ได้ไปสำรวจทั่วทุกโรงเรียนโดยหวังว่าเราจะสามารถเปิดห้องเรียนหมากล้อมในโรงเรียนและจะได้อาศัยโอกาสตรงนี้ถ่ายทอดศิลปะสู่มือนักเรียน"

   "สิ่งที่สอง อาจารย์และทุนก็เป็นอุปสรรคอย่างมาก แรกเริ่มนั้น หมากล้อมในฮ่องกงก็เริ่มต้นช้า อาจารย์ก็ไม่พอ คนที่จะเป็นอาจารย์ได้นั้นนอกจากจะต้องมีฝีมือดีแล้ว ยังต้องมีบุคลิกที่ดี การสอนหมากล้อมเป็นเทคนิคส่วนบุคคล นอกจากเราจะสอนให้นักเรียนของเรามีความสามารถด้านหมากล้อมแล้ว คุณธรรมก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องปลูกฝังให้แก่เขาเช่นกัน ดังนั้น ในช่วงเริ่มต้นเราจะฝึกฝนให้นักเรียนมหาวิทยาลัยเรียนหมากล้อม หวังว่าเมื่อผ่านไปซักระยะหนึ่งเราจะมีอาจารย์หมากล้อมที่มีฝีมือเกิดขึ้น"

   คาดว่า หากเราจัดการแข่งขันหมากล้อม และโรงเรียนต่างๆก็มีการจัดการฝึกฝน ก็จะสามารถช่วยยกระดับฝีมือหมากล้อมของประเทศเราได้ หากเราสามารถส่งเสริมให้นักเรียนพยายามฝึกฝนหมากล้อม และยังสามารถเพิ่มโอกาสให้นักเรียนลับฝีมือซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนได้ดังใจ การศึกษาหมากล้อมของฮ่องกงถึงแม้จะเริ่มต้นช้า แต่เราก็ยังภูมิใจที่ยังมีนักเรียนที่มีความสามารถและมีใจต่อวัฒนธรรมนี้


   ยอดฝีมืออายุเยาว

   เราได้มีโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์บุคคลผู้หนึ่งที่โรงเรียนหมากล้อมเสิ่นเจิ้น ชื่อ คุณเหลียง 9 ดั้ง เขาไม่พียงแต่เชี่ยวชาญหมากล้อม แต่ยังมีเรื่องราวอื่นๆที่จะถ่ายทอดให้แก่เรามากมาย

   ทำไมถึงเรียกเขาว่า 9 ดั้ง ความจริงชื่อเรียกนี้ก็มีประวัติความเป็นมา ตั้งแต่โบราณได้มีการแบ่งระดับฝีมือหมากล้อมออกเป็น 9 ขั้นตามระดับของขุนนาง และได้ดำเนินต่อเนื่องมาในประเทศญี่ปุ่น 9 ขั้นในยุคโบราณ ก็กลายมาเป็น 9 ดั้งของญี่ปุ่นในทุกวันนี้ ทั่วทั้งประเทศจีนมี 9 ดั้งอยู่ 24 คน และคุณเหลียง 9 ดั้ง ก็เป็นหนึ่งในนั้น

   คุณเหลียง 9 ดั้ง พูดว่า "เคยมีคนบอกว่ามนุษย์ต่างดาวเป็นคนคิดค้นหมากล้อมขึ้น เพราะว่ามันมีความล้ำลึกมาก ความจริงหมากล้อมนั้นถือกำเนิดขึ้นในประเทศจีนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว"

   ไม่นานมานี้มีการ์ตูนฮิคารุออกอากาศ ก็ได้มีกระแสความนิยมหมากล้อมเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ปกครองและเด็กๆหลายคนมีโอกาสได้รู้จักหมากล้อมและเล่นหมากล้อมด้วยกัน เขาบอกว่า "เรื่องฮิคารุอาจจะเกินจริงไปสักหน่อย ความจริงมีการแข่งขันในช่วงทศวรรษ 80 การแข่งขันหมากล้อมลุยไถระหว่าจีนและญี่ปุ่นทำให้จีนมีชื่อเสียงด้านหมากล้อมเพราะคนอย่าง เนี่ยเว่ยผิง นี่จึงเรียกว่ายอดฝีมือ"

   ขณะนี้ประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มียอดฝีมืออยู่หลายคน ต่างคนต่างแข่งขันเพื่อที่จะเป็นเจ้ายุทธจักร นักหมากล้อมเกาหลี "ลีชางโฮ" อายุ 28 ปี ก็เป็นยอดฝีมือในยุทธจักรมาหลายปี การแข่งขันในยุคนี้เป็นโลกของคนรุ่นใหม่ที่จะประลองกันเพื่อชิงตำแหน่งเจ้ายุทธ์ มีคำกล่าวว่า "ก่อนอายุ 20 ถ้ายังไม่เป็นมือระดับชาติ ตลอดชีวิตก็หมดหวังซะแล้ว" ดังนั้น ในตอนนี้ประเทศจีนจึงได้เจาะกลุ่มให้เด็กรุ่นใหม่ศึกษาหมากล้อมกันอย่างกว้างขวาง เพื่อต้องการปลูกฝังหรือฝึกคนที่มีความสามารถขึ้นมาอีก ปี 2002 กระทรวงศึกษาธิการและกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ร่วมกันส่งเสริมการศึกษาหมากกระดาน 3 ชนิดเข้ามาในบทเรียน ได้แก่ หมากล้อม หมากรุกจีน และหมากรุกสากล มหาวิทยาลันปักกิ่ง ชิงหัว และฝูต้าน 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งประเทศจีนจะเพิ่มคะแนนพิเศษในการสอบเข้าให้แก่ผู้สอบอีก 50 คะแนน หากมีฝีมือหมากล้อมอยู่ในระดับสูง เพื่อที่จะยกระดับฝีมือหมากล้อมของมหาวิทยาลัย ตอนนี้ประเทศจีนได้มีนักหมากล้อมรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์เกิดขึ้นมากมาย คุณเหลียงคิดว่าหมากล้อมเริ่มเข้าสู่สังคมเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้มีผู้ที่มีความสามารถมากขึ้น ดังนั้นยิ่งต้องรีบพัฒนาการเรียนการสอนหมากล้อมให้ดียิ่งขึ้น

   หากกล่าว่าประเทศจีนเป็นประเทศแม่ผู้ให้กำเนิดหมากล้อม ประเทศญี่ปุ่นก็จะเป็นประเทศแม่ผู้เลี้ยงดูหมากล้อม ญี่ปุ่นแรกเริ่มส่งเสริมวัฒนธรรมหมากล้อมอยู่แล้ว TV NHK ก็ได้มีการถ่ายทอดสดรายการแข่งขันหมากล้อมเพื่อจะได้ยกระดับหมากล้อมให้ก้าวสู่ระดับสากล และยังได้จัดให้มีการแข่งขันนอกประเทศ เพื่อให้คนต่างประเทศได้รับชมหมากล้อม ญี่ปุ่นนั้นเริ่มต้นเร็ว มีกฎระเบียบที่ชัดเจน เศรษฐกิจของประเทศก็ดี โอกาสก็มากมาย จึงดึงดูดให้นักหมากล้อมที่ไต้หวันไปฝึกฝีมือที่ญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ในระยะหลังนี้ ญี่ปุ่นเองมีคนเก่งรุ่นใหม่น้อยลง เป็นธรรมดาที่เมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดก็ย่อมต้องมีตกลง

   แล้วในฮ่องกงเราล่ะเป็นอย่างไร? คุณเหลียงบอกว่า "กระแสในฮ่องกงเพิ่งจะเริ่มต้น จะต้องพยายามปั้นคนที่มีความสามารถ เช่น อาจารย์ นักหมากล้อม และปลูกฝังค่านิยมการเล่นหมากล้อมฝึกให้เกิดคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ ฮ่องกงควรพัฒนาคนรุ่นใหม่ เพื่อที่จะได้มีผลสำเร็จในอนาคต คุณเหลียงได้นำคำกล่าวของเติ้งเสี่ยวผิงประโยคหนึ่งมากล่าวว่า 'ความสามารถในการศึกษาและการวิเคราะห์คำนวณต้องเริ่มาตั้งแต่เล็ก' แสดงให้เห็นว่าเด็กๆของฮ่องกงต้องรีบก้าวตามให้ทันแล้ว"

   ชิงจ้าวยุทธจักร

   การจะเป็นยอดฝีมือหมากล้อมได้นั้นต้องผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนัก ตอนนั้น คุณเรียนอยู่ชั้น ป.2 ที่กวางเจา ได้มีโอกาสเรียนหมากล้อมจากอาจารย์ในช่วง summer นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสสัมผัสหมากล้อม ต่อมาได้ลงแข่งในระดับเขตและมีผลงานโดเด่น จึงไปแข่งขันในระดับจังหวัดและมณฑลตามลำดับ ในปี 1978 ก็ได้เข้าร่วมในสมาคมหมากล้อมกวางตุ้ง ปี 1983 เข้าสมาคมหมากล้อมแห่งชาติ และในปี 1993 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 10 ปี อยู่ในสมาคมหมากล้อมปักกิ่ง จากระดับฝีมือ 8 ดั้ง เป็น 9 ดั้งใช้เวลา ประมาณ 10 ปี คุณเหลียงกล่าวว่า "ความสนุกเป็นอาจารย์ที่ดีที่สุด ความสนุกช่วยให้เขาฝ่าฟันอุปสรรคและเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ และมีฝีมือสูงขึ้นเรื่อยๆ" แต่เมื่อเวลาผ่านไป สมัยนี้เป็นยุคของคนรุ่นใหม่แล้ว ถึงแม้เขาจะมีพลังในการเล่นหมากล้อมอยู่ แต่ก็กล่าวได้ว่าเริ่มอายุมากแล้ว ตอนนี้เขาก็เป็นคนรุ่นเก่าแล้วพยายามสอนนักเรียนอย่างเต็มที่ แม้นักเรียนที่มีพรสรรค์อาจหาได้ไม่ง่าย แต่เขาก็ยังฝากความหวังไว้กับเด็กๆเหล่านี้

   ความล้ำลึกในการะดานหมากล้อม

   ทำไมคนจำนวนมากถึงเรียนหมากล้อม? หมากล้อมนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างไร? แท้จริงแล้วมีเหตุผลอันลึกล้ำซ่อนอยู่บนกระดานหมากล้อม คุณเหลียงบอกว่าหมากล้อมสร้างเสริมให้ผู้เล่นมีความสามารถในการคำนวณและสร้างเสริมจินตนาการ และช่วยให้มีความสามรถในการแก้ปัญหา การเล่นหมากล้อมนั้นต้องใช้กลยุทธ์เพื่อเป้าหมายในการล้อมพื้นที่ ผ่านยุทธวิธีต่างๆเหมือนมีขอบเขตแต่ไร้ซึ่งขอบเขต และยิ่งเราฝึกฝีมือให้เก่งขึ้นเท่าไหร่ยิ่งจะทำให้เรารู้ว่าเรายังไม่รู้อะไรเลย ยิ่งต้องเสาะแสวงหามาขึ้นอีก แม้แต่ยอดฝีมือ 9 ดั้งยังพูดเช่นนี้ ดังนั้น พลังดึงดูดของหมากล้อมจึงยากที่เราจะต้านมันไว้ได้

   การเล่นหมากล้อมนั้นทำอย่างไรจึงได้รับชัยชนะ? ต้องประกอบด้วยจิตใจ เทคนิค และพลังกาย สิ่งแรกคือจิตใจ เราต้องควบคุมอารมณ์ของตนเองในขณะที่อยู่ในการแข่งขัน และต้องรู้จักเผชิญรับภาวะแรงกดดัน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม หากเราฝึกจิตใจให้พร้อมเผชิญปัญหาจะเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่สอง เทคนิค เราต้องผ่านประสบการณ์ การเคี่ยวกรำ จนรู้ถึงเทคนิคนานาประการ และมีการอ่านหมากที่ยาวไกล สุดท้าย เราต้องมีความพร้อมในด้านพลังกายด้วย ในการแข่งขันระดับสากล แต่ละครั้งที่แข่งขันต้องใช้เวลา 6 ชั่วโมง พลังกายและสติที่สดชื่นแจ่มใสจะหมดไปย่างรวดเร็ว หากเราไม่มีความพร้อมและความอดทนที่เต็มเปี่ยมไปรับศึกแล้ว จะได้รับความพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ดังนั้นพลังกายก็เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดแพ้หรือชนะ

   
ถอดความจากบทความของ www.hkedcity.net (ฮ่องกง) วันที่ 29 กรกฎาคม 2547
Copyright © 2006 Happy Genius Group All Rights Reserved
ติดต่อ สาขาลาดพร้าว26 โทร.0-2938-9891, hot line 08-9770-8338